ถ้าสังเกตดูให้ดีแล้วมันเป็น..แผลเป็น..ไปแล้ว

เราเองที่รู้ดีที่สุด

แต่เค้าใครๆ ก็เห็นมันเป็นแผลที่เราเพิ่งเป็น

จนเราเองก็ชักสงสัยว่าตกลงมันเป็นแผลที่เพิ่งเป็น…หรือแผลเป็นกันแน่

 

……..

 

 

ผลที่ตามมาก็คือ

เราบำบัดมันทั้งสองวิธี

ใช้ทั้งวิธีบำบัดของแผลเป็น..คือการให้ความนุ่มกับแผลเป็นเพื่อให้แผลเป็นหายไวๆ

 

แต่ก็ไม่ลืมที่จะบำบัดแผลเพิ่งเป็น..โดยการฆ่าเชื้อมันอย่างแรง

 

แล้วมันจะดีเหรอ

ก็ในเมื่อ

 

ถ้ามันเป็นแผลเพิ่งเป็นจริง มันโดนบำบัดด้วยการให้ความนุ่ม เพิ่มความชุ่มชื้นกับมัน เชื้อโรคมันก็ยิ่งเจริญเติบโตไปกันใหญ่ เพราะมีน้ำและสารหล่อเลี้ยง

แล้วถ้ามันเป็นแผลเป็นอย่างที่เราคิด มันโดนบำบัดด้วยการฆ่าเชื้อมันอย่างแรง ทั้งๆ ที่มันไม่มีเชื้อไปนานแล้ว ไอ้ที่จะฆ่าเชื้อก็เลยเป็นการฆ่าเซลล์ที่กำลังซ่อมแซมตัวเองให้หายดีเป็นปกติ

 

………

 

สุดท้ายที่สุดแล้ว

เราควรจะเลิกทำตามที่ตัวเองคิด

เลิกกังวลกับสิ่งที่คนอื่นมองด้วยสายตาผ่านๆ

แล้วกลับมาหาต้นเหตุหลัก

 

ว่า…สรุปมันเป็นแผลเป็นหรือแผลเพิ่งเป็น

ทำไงดี

หาหมอดีมั๊ย เค้าเป็นผู้ชำนาญการเฉพาะทางเจอเรื่องอย่างนี้มาเยอะเข้าใจอะไรๆ ดี

แต่หมอบางคนก็วินิจฉัยผิดมีให้เห็นเยอะแยะ

ที่เราเป็นอย่างนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากหมอ

 

หาตำรา แหล่งข้อมูลอ่านดีมั๊ย

ทำไงดีชีวิตนี้ยังวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่เป็นทฤษฎีมาใช้กับการปฏิบัติไม่ได้

 

แล้วไงต่อ

 

ขอ case study ดีมั๊ย

ก็อาจจจะดี case study ที่มีปัญหาใกล้เคียงกับเรา

 

ใครมีกรณีศึกษาเรื่องแผลเป็นกับแผลเพิ่งเป็นบ้าง

เล่ามาทีสิ…