ไปเที่ยวสิงคโปร์กับพี่ๆน้องๆ ชาวแม่โจ้มาเมื่อวันที่ 27-30 เม.ย. 53
สิ่งที่ประทับใจในสิงคโปร์ นอกจากจะเป็นเรื่องความมีระเบียบ สะอาดสะอ้านของบ้านเมืองเค้าแล้ว
ก็คงจะเป็นเรื่อง ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ริมถนน ทั่วทุกที่ในเมือง 
สุดยอดอยากให้ในเมืองของประเทศเรามีต้นไม้และให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวอย่างนี้มั่ง
และอีกอย่างที่อยากเขียนไว้ เพื่อให้ตัวเองยังจำได้เมื่อเวลาผ่านไป
ก็คือ
ไกด์ของทริปนี้ ชื่อ คุณจินดา อยู่ที่นี่มา 20 ปีแล้ว เป็น PR ของที่นี่ (ยังไม่ถือสัญชาติสิงคโปร์)
สิ่งที่ชอบในตัวแก ไม่ใช่วิธีการบริการคณะทัวร์
เพราะแกอายุอานามก็ค่อนข้างเยอะล่ะ (ไม่ขอเดา) ดังนั้นก็จะไม่ได้มาเทคแคร์เอาใจ เราอย่างไกด์เด็กสาวๆ
สิ่งฉันชอบในตัวแก คือ วิธีการพูดของแก
แกสามารถพูดให้สถานการณ์ทุกอย่างมันดีขึ้นได้
แอบสังเกตหลายๆครั้ง

อย่างตอนที่เรากำลังจะไปที่ orchard แหล่งช็อปของสาวๆ แล้วฝนมันดันตกลงมา
แกก็พูดประมาณว่า "โชคดีที่ไม่ตกตอนที่อยู่ universal studio ไม่งั้น ตอนที่เที่ยวที่โน่น คงเล่นเครื่องเล่นอะไรไม่ได้แน่เลย"
และก็บอกลูกทัวร์ว่า "ท่านๆ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ที่สิงคโปร์ฝนตก ก็ตกแปีปเดียว ไม่ตกนานเหมือนบ้านเรา"
แล้วหลังจากนั้นแกก็ถามคณะทัวร์ว่ามีร่มกันไหม พอพวกเราบอกว่าไม่ได้เอามากัน
แกก็แนะนำว่าเวลาไปเที่ยวที่ไหนมาสิ่งที่ควรพกติดตัวตลอดเวลาคือ
1. ร่ม (กันแดด กันฝน)
2. หมวก
3. แว่นตากันแดด
4. ผ้าคลุม
อีกเหตุการณ์คือ ตอนที่อธิบายถึงเครื่องเล่นใน universal studio 
บอกว่าจะมีบางเครื่องเล่นที่หยุดปรับปรุงซ่อมแซม ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องธรรมดาของสวนสนุกทุกที่ทั่วโลก
และยังมีบางเครื่องเล่นที่ยังไม่เปิดให้บริการ ถ้าอยากเล่นต้องกลับมาอีกปีหน้า
ยังย้ำอีกบ่อยๆ ว่าสิงคโปร์มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ให้กลับมาเที่ยวอีกครั้งจะได้เจออะไรใหม่ๆตลอด

แบบว่าฉันเปรียบเทียบกับตัวเองอ่ะนะ
ด้วยความที่ตัวเองเป็นอาจารย์
ซึ่งเป็นอีกอาชีพที่ต้องใช้ทักษะการพูดสูง
ตั้งแต่มาเป็นอาจารย์ ทำให้ฉันสังเกตวิธีการพูดของคนที่พูดเก่งๆ หลายๆคน

คืออย่างตัวฉันเองมีข้อเสียในการพูดอยู่หลายประการ
ประการหลักที่นักศึกษาเขียนมาให้อ่านทุกครั้งที่ประเมิณก็คือ พูดเร็ว
นอกจากนี้ฉันยังสังเกตว่าตัวเองมักจะพูดถึงเรื่องที่ไม่ดี ในด้านที่ไม่ดีมากเกินไป
เรียกได้ว่า ชอบตีแผ่เรื่องไม่ดี ไม่ค่อย work จนกระทั่งคนฟังก็พลอยรู้สึกว่าเออ อย่างนี้มันแย่ว่ะ
แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือ มันก็ไม่มีความสุข หรือรู้สึกว่าตัวเองกำลังเผชิญกับสถานะการณ์เลวร้าย

ทั้งๆที่ เราๆ ก็ทราบดีว่า ในเรื่องที่เราตั้งชื่อมันว่าเป็นเรื่องไม่ดีนั้น
มันก็มักจะมีสิ่งดีๆให้เราได้อะไรจากมันไม่มากก็น้อย
บางครั้งการไม่มี ก็ทำให้เรามีความสุขเล็กๆน้อยๆได้ หรือถึงจะไม่มีความสุข แต่อย่างน้อยก็ไม่รู้สึกทุกข์กับมันมากเกินไป
ซึ่งสิ่งนี้สำคํญมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียนรู้ หรือ การใช้ชีวิตประจำวันของเราเองก็ตาม